หลายวันก่อนไปหาหมอผิวหนัง(อีกแระ)เพื่อดูอาการผื่นที่แขนขาซึ่งตอนนี้ก็ยุบเกือบหมดแล้ว แล้วบริเวณที่เป็นผิวหนังอักเสบก็หายหมดแล้วด้วย เหลือแค่เป็นรอยคล้ำที่เหมือนจะให้เห็นเป็นเครื่องเตือนสติตัวเอง  รอให้โฟร์ขึ้นกว่านี้ทุกอย่างก็จะดีขึ้น  หมอบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้รับยาต้านร่างกายก็เริ่มมีภูมิคุ้มกันมากกว่าแต่ก่อน  แถมยังให้กำลังใจฉันอีกว่ารับรองโฟร์ขึ้นเป็น500แน่ๆ  ฉันว่าอันนี้หมอก็เว่อไปนิดนะ  200กว่าๆก็หรูแล้วสำหรับคนรับยาต้านไม่กี่เดือน  ฉันก็เล่าให้หมอฟังว่าทางโรงพยาบาลเค้าบอกว่าฉันน่าจะรับเชื้อมากประมาณ 5-7 ปีแล้ว  ดูท่าทางหมอไม่ตกใจเท่าไหร่  คิดว่าคงจะดูอาการออก  เพราะตอนมาหาครั้งแรกๆฉันดูเยินมาก  หมอถามฉันว่าตอนนั้นอายุเท่าไหร่? "ประมาณ 25-27 ครับ"  อืมมมม ช่วงนั้นคงกำลังคึกคะนองเบญจเพสพอดี  เอ๊า!ไหงว่ากันแบนี้อ่ะ  ฉํนลองย้อนนึกไปช่วงนั้นฉันก็ยังไม่ซ่าเท่าไหร่นะก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่  ไม่ได้นอกลู่นอกทางอะไร  เพิ่งจะมาซ่า (เรียกว่า 11 ร ด ก็ได้)ก็หลังจากเลิกกับคนนี้แหละซัก 2 ปีที่แล้ว  แต่เอาเถอะจะยังไงก็ช่างตอนนี้ฉันก็เป็นคนพันธุ์เอช  พยาบามเป็นคนเลือดบวกที่คิดบวกอยู่ทุกวัน

อ้อ  วันนั้นฉันหอบกระเช้าใบเขื่องพร้อมไข่ต้ม 99 ฟองไปแก้บนที่โรงพยาบาลด้วย  ถึงจะได้ไม่ครบตามที่บนไว้ ก็ได้ 1 เรื่อง  ส่วนอีกเรื่องไม่ได้ก็ไม่เป็นไร  เอาเป็นว่าเอาของมาไหว้ตามที่สัญญาไว้ก็แล้วกันเพื่อความสบายใจ  เผื่อว่าวันนึงพรข้อที่ 2 ที่ฉันขอจะเป็นจริงขึ้นมา  ข้างๆกระเช้าของฉันก็มีไข่ต้มอีก 2 ตะกร้าของคนอื่นที่เอามาไหว้เหมือนกัน  คิดว่าไข่ต้มคงเป็นของpopที่คนนิยมใช้กันนอกจากรำแก้บนกับผลไม้  พวงมาลัย  ผ่านไป15นาทีธูปหมดดอกพอดี  ฉันลาของไหว้  ฉันเอาถุงออกมาแบ่งไข่เป็นหลายๆส่วนตั้งใจว่าจะเอาไปแจกพยาบาลแจกยามในโรงพยาบาลส่วนนึง  ที่เหลือก็เอากลับไปกินบ้าน  ระว่างที่กำลังเก็บไข่อยู่นั้น (อันนี้อย่าจิ้นไปเป็นอย่างอื่น) ก็มีป้าแก่ๆคนนึงมาขอแบ่งไข่ต้มไป 1 ถุง
     "ป้าเอาอีกได้มั้ยลูก  จะเอาไปแจกเด็กๆด้วย"
     "เอาเลยป้า  หยิบไปเลยผมทานไม่หมดอยู่แล้ว"
ป้าแบ่งไข่ต้มไปอีกจำนวนหนึ่ง  รวมๆแล้วน่าจะ 30 ฟองได้เพราะถุงดูเป่งมาก  ระหว่างที่ป้าหยิบไข่ฉันสังเกตเห็นใบหน้าที่ดูมีความสุขของเค้า  มันทำให้จิตใจฉันเบิกบานขึ้นไม่น้อยในวันที่อากาศร้อนมากจนทำเอาอารมณ์เสียได้ง่ายๆ  แต่วันนี้ไม่เป็นอย่างนั้นแฮะ  ฉันหอบไข่ต้มที่เหลืออีก 3-4 ถุงไปแจกพยาบาลในแผนก  ทุกคนที่รับของจากฉันยิ้มอย่างแช่มชื่นขอบคุณฉัน  มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกจริง  มันรู้สึกสุขใจ  อิ่มเอิบใจอย่างบอกไม่ถูก มันคงจะจริงอย่างที่เขาพูดกันว่า การให้มีความสุขมากกว่าการรับ

     ไม่น่าเชื่อว่าในช่วงเวลาที่ฉันอย่ากจะเรียกว่าเป็นช่วงที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของฉัน  มันก็ยังมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นที่ทำให้ฉันรู้สึกปีติได้เหมือนกัน  

edit @ 19 Nov 2009 22:36:43 by addiary

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วรู้สึกว่าตัวเองมีเพื่อน รู้สึกดีจังเลยคะ ขอบคุณกับการแบ่งปันนะคะ

#3 By Fahsai (183.89.4.79) on 2011-10-28 21:23

คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี
แล้วยังสามารถเผื่อแผ่เรื่องดีๆให้กับคนอื่นได้ด้วย

อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆเลยค่ะ



Hot! Hot! Hot!

#2 By NICs Gallery on 2009-12-19 16:38

เห็นด้วยนะครับ

"การให้" ทำให้ เรา "ได้รับ" ความสุขใจ เมื่อเห็นผู้ที่ได้รับของที่เราให้มีความสุข

ขอให้สุขภาพแข็งแรง และมีความสุขทุก ๆ วันนะครับ

#1 By eaknarak (117.47.95.195) on 2009-11-25 12:38