4 UP&DOWN

posted on 27 Dec 2011 22:53 by addiary
หายหน้าหายตาไปซะนาน เพราะมัวลั้ลลากับชีวิต  จะเรียกว่าปรับตัวปรับใจให้ยอมรับสภาพได้แล้วก็ไม่เชิง  เพราะบางmomentยังรู้สึกแหยงๆอย่างบอกไม่ถูก  เกือบ1ปีที่ผ่านมา สุขภาพฉันดีขึ้นตามลำดับ  จะมีเจ็บป่วยบ้างเล็กๆน้อยๆก็แค่เป็นไข้หวัด ที่ถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อต้อง admit น่ะยังไม่มี  จะเรียกว่าโชคดีก็ได้นะ
 
ครั้งหลังสุดที่ตรวจ CD4 เมื่อ 1 ปีที่แล้ว ขึ้นมาแค่ 181 ทำเอาผิดหวัง หดหู่ไประยะนึง  แต่เชื่อมั้ยว่าหลังจากนั้นกลับมาโหมว่ายน้ำอยู่พักนึง  แล้วสิ่งที่เราพยายามก็เป็นผลเมื่อ CD4เดือน พ.ค. ขึ้นไปอยู่ที่ 273  เป็นอะไรที่ปลื้มปีติมากมาย  ในใจก็คิดว่านี่เป็นครั้งแรกที่ขึ้นมาเกิน200  อีกครั้งเดียวถ้าค่ายังได้แบบนี้แันก็ off ยาป้องกันติดเชื้อปิดอักเสบได้แล้ว  แถมผลคัดกรองมtเร็งปากทวารครั้งล่าสุดยังเป็น negative  ถือว่าเป็นโชค 2 ชั้นเลยก็คงไม่ผิด
 
"ค่า CD4จะขึ้นเต็มที่ เมื่อรับยาครบ 2 ปี" คำพูดของหมอที่ทำให้ฉันวาดฝันไว้ซะสวยงานว่ายังไงตรวจครั้งต่อไปต้องได้ 300 กว่าๆแน่นอน  จนกระทั่ง...
 
ผลครั้งล่าสุดเมื่อต้นเดือนตกมาอยู่ที่ 231   เล่นเอาใจหายว๊าบบบบบ  นึกว่างานเข้าแล้วแน่ตรู  มีสิทธิ์ได้เป็นยาแน่ๆ  แต่คุณหมอบอกว่าไม่ใช่การดื้นยาเพราะจำนวนไวรัสยัง <20  เท่านั้นเองคำถามมากมายพรั่งพรูออกจากปากของคุณหมอเจ้าของไข้เพื่อหาสาเหตุที่ CD4 ตก
 
"ช่วงที่ผ่านมาสุขภาพเป็นยังไงบ้างคะ"
 
"มีเจ็บป่วยอะไรหรือเปล่า"
 
"ออกกำลังกายบ้างมั้ย"
 
"น้ำหนักลดลงมั้ยคะ"
 
ข้อสรุป คือ ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย นั่นแหละ  นึกย้อนไปแล้วก็จริง  ฉันเองเอาตัวเข้าไปผูกไว้กับการว่ายน้ำ  เพราะความที่ไม่ชอบออกกำลังกายอยุ่ในกมลสันดาน  คิดว่าการว่ายน้ำนี่แหละสบายที่สุด  ที่หมู่บ้านก็มีสระ  ใกล้ๆแค่นี้คงไม่ขี้เกียจเกินกว่าทำ  ทีนี้ช่วงหน้าฝน  ฝนก็ตกแทบทุกวัน  แค่วิ่งหนีฝนเข้าบ้านก็จะแย่อยู่แล้ว  จะให้ออกมาว่ายน้ำอีกคงไม่ไหว  เรื่องออกกำลังกายชนิดอื่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง!
 
คุณหมอเลยแนะนำให้ทานอาหารที่มีประโยชน์เน้นผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน  และยังแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักอีกซัก 2 กิโล  ทานอาหารให้เยอะขึ้น  โอ้วแม่จ้าววววววว! คุณหมอคงยังไม่รู้ว่า ฉันกินเหมือนกับมีปอบสิงอยู่19ตน  จะให้กินเพิ่มอีกกระเพาะก็ไม่มีที่เหลือแล้ว
 
ฉะนั้น การบ้านที่แสนหนักหน่วงของฉันใน 6 เดือนต่อจากนี้ทำให้ CD4 ขึ้นมาแตะ300 ให้ได้  ฉันเริ่มกลับมาว่ายน้ำอย่างจริงจังอีกครั้ง  แต่เหมือนโชคไม่เข้าข้างกันเลยยยยย  ทำได้ไม่กี่วันก็อากาศหนาวซะงั้น  แค่เอาขาแหย่ๆลงไปในน้ำก็จะแย่อยู่แล้ว  เรื่องว่ายน้ำก็เป็นอันต้องพักไปอีก  ใจนึงก็อยากออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นหรือลองเล่นกีฬาอื่นๆบ้าง  แต่ความขี้เกียจในสันดานดูเหมือนจะมีอิทธิพลเหนือกว่าความขยันอันน้อยนิด
 
ใครหรืออะไรก็ได้ช่วยดลใจให้ฉันขยันออกกำลังกายที ได้โปรดดดดดดดด........ = ='

LAB series

posted on 22 Jan 2011 17:53 by addiary
Series 1 เจาะ CD4
สืบเนื่องจากการรักษาโรคประจำตัวที่ต้องมีการตรวจเลือดทุกๆ 6 เดือน คราวนี้ก็เวียนมาถึงอีกครั้ง ถ้ายังจำกันได้เรื่องตรวจเลือดคราวที่แล้วตรวจทั้ง VL+CD4 โดนดูดไป 3 หลอดยังสยองไม่หาย  คราวนี้ถามพยาบาลก่อนเลยว่าเอากี่หลอด
"CD4 ใช้แค่หลอดเดียวค่ะ"
ได้ยินแค่นี้รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ยังไงคราวนี้ถ้าซวยสุดๆก็ไม่นะจะเกิน 2 รูแหละ
สุดท้ายก็แค่เข็มเดียว เจ็บนิดๆ แค่มดกัด รับยาแล้วอีก 2 เดือนมาฟังผลพร้อมรับยา
ในใจก็หวังลึกๆ ว่าต้องเกิน200 แน่นอน ถ้าใช้หลักการทางสถิติ จาก40 เป็น 158  เพิ่มมาตั้ง 118  คราวนี้ให้อีกร้ยนึงก็ได้ก็น่าจะเป็น 258 หุหุ  ^  ^
 
Series 2 ครั้งเดียว....ไม่พอ
นี่ก็ครบ 6 เดือนหลังจากคัดกรองมะเร็งปากทวารไป อันนี้แนะนำเลยว่าอย่างเราๆไม่ว่าจะอยู่ position ไหนก็ควรไปตรวจอย่างยิ่ง แค่ปีละครั้งเอง  คราวที่แล้วเจอเซลล์ผิดปกติ ต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจอีกทียังนอยด์ไปหลายเดือน แต่ว่าผลก็ออกมาว่าเป็นเซลล์ปกติ  อันนี้ก็โล่งใจอย่างมหาศาล
ช่วงก่อนปีใหม่ ว่างๆ เลยไปตรวจซะ หลังจากเลทจากที่นัดมา 2 สัปดาห์  ที่คลีนิคคนไข้เยอะมากซึ่งก็เป็นปกติของช่วงก่อนเทศกาลหยุดยาวทั้งโรงพยาบาล สถานที่ราชการ แบงค์  มีผู้มาใช้บริการเยอะเป็นพิเศษ  วันนี้เลยนั่งรอซะเกือบ 2 ชม. - -"
ถึงคิวแล้ว จนท. หน้าตาคุ้นเคยก็เรียกให้เข้าไป  ซักถามประวัติ  อาการทั่วไป
"มันก็ยังมีคันบ้างนะพี่  แต่ไม่แน่ใจ"
"ไม่แน่ใจนี่คือว่าคันอะไรใช่ป่าว หรือคันอย่างอื่น 555 แต่มันก็ไม่ขึ้นมาอีกแล้วหนิ"
หัวเราะร่ากันลั่นห้องเลยทีเดียว
ถึงเวลาขึ้นเขียง เอ๊ยเตียง
เจ้าหน้าที่ก็มาเก็บเซลล์แล้วป้ายที่แผ่นกระจก
"คราวนี้ดีขึ้นนะ ไม่มีเลือดติดมาเหมือนครั้งก่อน  คงหายแล้วแหละ ไฟร์น่าจะขึ้นแล้ว"
พูดจบพี่เขาก้เขียนใบนัดแล้วยื่นให้
"หลังปีใหม่ ซัก 2 อาทิตย์โทรมาถามผลนะ  ถ้ามีอะไรให้รับใช้ก็มาเจอกันได้"
"โหยยยย อย่าเจอกันบ่อยเลยพี่ ไม่อยากมีไรให้รับใช้แล้ว"
ปล่อยมุกกันจนนาทีสุดท้าย จ่ายค่าตรวจไป 200 กลับบ้าน
 
หลังจากนั้น.....2 วัน
เช้าตรู่  ในวันที่มีนัดจะไปตะลอนไหว็พระกับเพื่อนก้มีโทรสับโทรเข้ามา
"จากคลีนิค บลาๆๆๆๆ นะครับ"
ชิบส์แล้วมั้ยล่ะ มีเรื่องแน่ๆ อย่าบอกว่าผลออกแล้ว เจอไรเข้าอีกละเนี่ยตรู  ใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"ที่เรามาตรวจไปเมื่อวันก่อนน่ะ สไลด์มันตกแตก"
"หาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา  ตกใจหมดเลยพี่"
"วันนี้สะดวกมาที่คลีนิคมั้ย  มาให้พี่ทำร้ายอีกที"
-------ใช้คำว่า "ทำร้าย" กันเลยทีเดียว-------
"พรุ่งนี้ได้มั้ยครับ วันนี้ไม่สะดวก"
"ได้ๆ งั้นโทรมาบอกก่อนนะ"
 
บางครั้งตรวจอะไรก็ใช่ว่าจะครั้งเดียวรู้ผล ใช่ว่าจะเสียวสันหลังครั้งเดียวเสมอไป เรื่องไม่คราดคิดมันก็เกิดได้เรื่อยๆแหละ
 
Series 3 ไม่ปลื้ม
วันนี้มาฟังผล CD4 เลขที่ออก.........
CD4 = 181   8.1%
ขึ้นมานิดเดียวเอง แถม%ร่วงด่วย
"คราวนี้ขึ้นน้อยมากเลยนะ  ทานยาตรงเวลาหรือเปล่าคะ"
"ออกกำลังกายบ้างมั้ยคะ"
"หลังๆไม่ค่อยได้ออกครับ งานยุ่ง"
"ยังไงก็ต้องหาเวลาออกกำลังบ้าง ก็ยุ่งก็เข้าใจ แต่ว่ามันจำเป็น  คนไข้หลายคนก็ไม่ค่อยออกกำลัง  แต่ยังไงก็แบ่งเวลามาบ้าง งานสำคัญ แต่สุขภาพของเราก็สำคัญ  CD4 ขึ้นอะไรๆก็ดีขึ้น"
เรียกว่าผลไม่เป็นที่ปลื้มปริ่มทั้งหมอทั้งคนไข้  ผลหวังไปตามๆกัน
ที่คิดว่าจะได้ 200 กว่า กลับแตะไม่ถึง 200 แบคทริมก้คงกับกินกันไปอีกปีนึงอย่างต่ำ.....เซ็ง
สุดท้าย หมอยังกดดันต่อกีก
"เนี่ยคนไข้ที่เริ่มยารุ่นเดียวกัน เค้าได้3-400 กันแล้ว  พยายามหน่อยนะคะ"
 
เซ็งเป็ด!!! 3 lab ไม่ปลื้มเอาซะเลยFoot in mouth
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

oopS! i 4get medicine T_T

posted on 25 Nov 2010 22:38 by addiary
"ทานยานี้ตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด  และทานให้ตรงเวลาทุกวัน" เป็นคำแนะนำในการใช้ยาที่ระบุไว้ที่ฉลาก  ซึ่งเป้นสิ่งที่ผู้ป่วยทุกคนควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด  ฉันเองก็พยายามทำมาตลอด  ถึงแม้จะมีหลุดๆไปบ้างก็ 3-4 ครั้งในรอบปี  จนกระทั่งวันนี้...เกิดเรื่องระทึกในที่สุดในชีวิตการทานยา
 
เมื่อเช้า...จะด้วยอะไรดลใจก็ไม่ทราบได้  ฉันเกิดเปลี่ยนกระเป๋ามาใช้อีกใบหนึ่ง  ก่อนออกจากบ้านก็ถ่ายเทของจนคิดว่าไม่ลืมอะไรแล้ว  แต่ก็ออกจากบ้านอย่างเหมือนมีลางสังหรณ์ว่าลืมอะไรบางอย่าง  จนกระทั่งถึงออฟฟิศ....
 
มือถือบอกเวลา 9.00 น.พร้อมเสียงปลุก  ฉันควานหากล่องยาให้กระเป๋าเริ่มจากช่องที่เคยเก็บไว้ประจำ...กล่องไม่อยู่ในนี้!!!  หรือจะเอาไว้อีกช่อง  อีกช่อง  อีกช่อง  ค้นจนหมดทุกช่องจนแน่ใจแล้วว่าฉันลืมกินยามา  งานเข้าแล้วมั้ยล่ะ!!!  สมองเริ่มฟุ้งซ่านไปต่างๆนานา  จะทำยังไงดีเนี่ย...
 
ถ้ากลับไปบ้านกว่าจะกลับมาถึงออฟฟิศคงเกือบเที่ยง  -*-
ถ้าไปซื้อที่นิรนามก้ต้องมีใบสั่งแพทย์ -*-
ถ้าไปซื้อที่โรงพยาบาลก้คงต้องรอแทบไม่ต่างกัน -*-
ถ้า.....บลาๆๆๆๆๆ
 
หลังจากสงบจิตสลบใจได้ซักพักก็เริ่มปลงว่าคงต้องทานมื้อต่อไปแทน  หวังว่าเจ้าเชื้อนั่นคงยังไม่ทันตื่น
ฉันออนเอ็มเล่าให้เพื่อนฟัง  เขาให้ให้คำปรึกษา  ทางเลือกต่างๆ ซึ่งดูแล้วก็เหมอืนย้อนกลับไปที่สิ่งที่แันฟุ้งซ่านไปแล้วเมื่อครู่ใหญ่
"กว่าจะกลับถึงบ้านก็คงเกือบ 2 ทุ่มแล้ว"
"งั้นก็ทานมือต่อไปเลย  แต่ไม่ต้องเบิ้ลนะ  หมอเคยบอกว่ายาอยู่ในร่างกายได้ประมาณ 14 ชม. คราวหน้าต้องเผื่อก๊อก 1 2 3"
"ยังไงอ่ะ" ฉันสงสัย
"อย่างแรกก็ต้องเก็บยาไว้หลายกระเป๋า ถ้าเราใช้หลายใบ  สองก็คือเก็บไว้ที่ออฟฟิศบ้างแต่อย่าลืมใส่ซองกันชื้นไว้ด้วย  แล้วก็ก๊อกสาม....เรามีเพื่อนในบ้านที่อยู่ใกล้ๆบ้างมั้ย"
"ไม่รู้อ่ะ"
"นั่นแหละถึงบอกว่าควรจะรู้จักกันไว้  เผื่อมีใครอยุ่ใกล้ๆแล้วทานยาสูตรเดียวกับเราจะได้ขอแบ่งมาได้  มันสำคัญตรงนี้แหละ"
 
และแล้วก็เหมือนสวรรค์ทรงโปรด  เพื่อนอีกคนหนึ่งออนไลน์มาพอดี  ฉันก็เล่าเรื่องของฉันให้เขาฟัง  และประจวบเหมาะพอดีที่เขาใช้ยาสูตรเดียวกับฉันและก็ทำงานอยู่ไม่ไกล  เดินทางด้วย BTS ประมาณ 10กว่านาทีก็ถึง
"มาตอนนี้เลยก็ได้นะ  ใกล้ถึงแล้วโทรบอก  จะได้เดินออกไป  ทานเลทยังดีกว่าไม่ได้ทานเลย"
 
ฉันรีบดีดตัวจากออฟฟิศตรงไปที่ BTS   ใช้เวลาราว 15 นาทีเราก็เจอกัน  เขายื่นซองยาให้ฉันพร้อมกับบอกว่าในนั้นมีอยู่ 2 เม็ด ให้เอาไปเผื่อ  ฉันรับซองยา ยกมือไหว้ แล้วก็รีบทานยาทันที  ดูนาฬิกาก็เลทไป 2 ชม. พอดี
ณ จุดนี้ บอกตามตรงได้เลยว่ารู้สึกซาบซึ้งอย่างบอกไม่ถูก 
 
ถ้าฉันไม่ได้ออนเอ็ม
ถ้าไม่ได้เพื่อนคนนี้
ถ้าฉันไม่ได้ทานยา
 
มันจะเป็น 12 ชั่วโมงที่ฉัันฟุ้งซ่าน จิตตกสู่ห้วงเหวแห่งความกังวล  จินตนาการต่างๆนานาถาโถมเข้าสู่สมองของฉัน
 
ในสังคมที่วุ่นวายอย่างเช่นทุกวันนี้  มีคนกลุ่มนึงที่มีชีวิตเหมือนๆกัน  ช่วยเหลือกัน  เป็นสังคมแห่งการแบ่งปันที่ฉันรู้สึกสัมผัสได้ด้วยตัวฉันเอง ในวันนี้...วันที่ฉัน...เกือบไปแล้ว(มั้ยล่ะ)